การผสมดาวหลาย ๆ ดวง 3
ในทางปฏิบัติ ขั้นแรกเพื่อความง่ายในการผนวกความหมาย ท่านจะใช้วิธีผสมความหมายของ 2 ปัจจัยเข้าด้วยกันเสียก่อน แล้วเอาความหมายที่เกิดขึ้นใหม่จากการผสมนี้ ไปผนวกกับปัจจัยที่ 3 อีกทีหนึ่ง หากเป็นกรณี 4 ปัจจัยก็ให้จับคู่ผสมกันเสียก่อน แล้วเอาความหมายผสมที่เกิดขึ้นของแต่ละคู่มาผสมกันเป็นความหมายที่ต้องการ ขอให้ท่านพิจารณาการผสมปัจจัย ดังต่อไปนี้
กรณี 3 ปัจจัย
1. ความหมายของ พฤหัส เสาร์ มฤตยู
ลำดับการผสม
พฤหัส+เสาร์ แปลว่า การพลัดพรากจากโชคลาภ หรือมีเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน
(การพลัดพรากจากโชคลาภ) + มฤตยู แปลว่า การพลัดพรากจากโชคลาภในทันที
ความหมายของผสมของ พฤหัส เสาร์ มฤตยู จึงได้แก่ การพลัดพรากจากโชคลาภในทันที
2. ความหมายผสมของ อังคาร พฤหัส มฤตยู
ลำดับการผสม
อังคาร+พฤหัสบดี แปลว่า กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ
(กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ) + มฤตยู แปลว่า กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด
กรณี 4 ปัจจัย
1. อาทิตย์ พฤหัส เสาร์ มฤตยู ผสมกัน
ลำดับการผสม
อาทิตย์+พฤหัส แปลว่า ความสุขทางกาย
เสาร์ + มฤตยู แปลว่า การพลัดพรากในทันทีทันใด หรือ ความทุกข์ในทันทีทันใด
(ความสุขทางกาย) + (การพลัดพรากในทันทีทันใด) แปลว่า พลัดพรากจากความสุขทางกายในทันทีทันใด
2. อังคาร พฤหัส เสาร์ มฤตยู ผสมกัน
ลำดับการผสม
อังคาร+พฤหัส แปลว่า กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ
เสาร์+มฤตยู แปลว่า การพลัดพรากในทันทีทันใด
(กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ) + (การพลัดพรากในทันทีทันใด) แปลว่า พลัดพรากจากกิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภในทันทีทันใด
การจับคู่ เพื่อผสมกันนี้ ท่านจะเลือกคู่ใดผสมกันก่อนก็ได้ ดังเช่น ในกรณี (2) คือ อังคาร พฤหัส เสาร์ มฤตยู ผสมกัน ท่าน ผสม อังคาร+มฤตยู เสียก่อนคู่หนึ่ง และ พฤหัสกับเสาร์ เสียก่อนอีกคุ่หนึ่ง แล้วนำเอาความหมายการผสมที่ได้รับมาผสมกันเป็นความหมายรวม ก็ได้ ซึ่งความหมายที่ได้รับครั้งสุดท้ายจะตรงกัน ทั้งนี้เว้น ความหมายที่เกิดจากการอุปมาและความหมายที่ได้จากประสบการณ์ ซึ่งย่อมมีผลทำให้ความหมายผสมครั้งสุดท้ายออกมาไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา แต่ก็ความหมายที่ใช้ในการพยากรณ์ได้เช่นเดียวกัน ดังตัวอย่างในกรณี อังคาร พฤหัส เสาร์ มฤตยู ผสมกันนี้ ถ้าเอา พฤหัส + เสาร์ อาจแปลว่า บ้าน หรือ อาคาร เมื่อผสมกับความหมายของคู่ที่เหลือคือ อังคาร + มฤตยู ซึ่งแปลว่า อุบัติเหตุ ก็อาจแปลว่า อุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นภายในบ้าน ก็ได้ สำคัญที่ตรงการนำเอาไปใช้พยากรณ์ ซึ่งผู้พยากรณ์จะต้องอาศัยการพิจารณาจุดอื่น ๆ ในดวงชะตาประกอบ ว่ากลุ่มนี้ควรจะมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่
อีกประการหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ จุด ที่กลุ่มดาวที่เราผสมความหมายแสดงอิทธิพล ในกรณีปัจจัย 3 ปัจจัยท่านจะเห็นชัด ดังเช่น กรณี พฤหัส เสาร์ มฤตยู เป็นต้น มีจุดที่จะแสดงอิทธิพลได้ชัด ๆ ถึง 3 จุด ทั้งนี้โดยไม่รวมจุดอิทธิพล ดัง เช่น พฤหัส + เสาร์ + มฤตยู หรือ พฤหัส –เสาร์ – มฤตยู หรือ มฤตยู – พฤหัส – เสาร์ ดังเช่น
จุด พฤหัส + เสาร์ – มฤตยู
จุด พฤหัส + มฤตยู – เสาร์
จุด มฤตยู + เสาร์ – พฤหัสบดี
จุดทั้ง 3 นี้สถิตอยู่คนละแห่งในดวงชะตา และจะแสดงอิทธิพลให้เห็นประจักษ์ทันทีเมื่อมีปัจจัยโดยเฉพาะ จุดเจ้าชะตา หรือ ดาวพระเคราะห์ซึ่งมีสัมพันธ์กับจุดเจ้าชะตา มีสัมพันธ์ถึง ซึ่งอาจมีอยู่ในดวงชะตากำเนิดอยู่แล้ว หรือ จรมาตาม โค้งสุริยยาตร์ ก็ตาม
เพื่อให้ท่านเข้าใจเรื่องนี้ได้ขัดขึ้น ใคร่ขอสมมุติว่า อาทิตย์ เป็นปจัจยที่สันพันธ์กับจุดเหล่านี้ซึ่งอิทธิพลที่ปรากฏอาจไม่เหมือนกันได้ ดังนี้ สมมุติว่าเป็นเจ้าชะตาชาย
พฤหัส + เสาร์ – มฤตยู = อาทิตย์ อาจแปลว่า เจ้าชะตามีบ้านอยู่โดยไม่เคยคิดมาก่อนก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับสัมพันธ์อื่น ๆ ในดวงชะตา
พฤหัส + มฤตยู – เสาร์ = อาทิตย์ อาจแปลว่า เจ้าชะตามีความทุกข์เรื่องเงิน เสียเงิน ก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับสัมพันธ์อื่น ๆ ในดวงชะตา
มฤตยู + เสาร์ – พฤหัส = อาทิตย์ อาจแปลว่า เจ้าชะตาพลัดพรากจากความสุขในทันทีก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับสัมพันธ์อื่น ๆ ในดวงชะตา
สำหรับในกรณี เป็นศูนย์รังสี ซึ่งเกิดจากปัจจัย 3 ปัจจัย ดังเช่น พฤหัส เสาร์ มฤตยู ก็เช่นกัน อาจปรากฏเป็น 3 แบบ กล่าวคือ
พฤหัส/เสาร์=มฤตยู
พฤหัส/มฤตยู=เสาร์
มฤตยู/เสาร์=พฤหัส
อิทธิพลที่เกิดขึ้นย่อมีความผิดเพี้ยนกันไปบ้าง ในทำนองเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างบนนี้ เพราะจุดที่อิทธิพลไปปรากฏเป็นคนละจุดกัน
อย่าลืมว่าต้องมีจุดเจ้าชะตาร่วม อิทธิพลที่ปรากฏจึงจะประจักษ์ หากเป็นพระเคราะห์สนธิที่เกิดจากศูนย์รังสีลอย ๆ ดังเช่น พฤหัส/เสาร์ = มฤตยู ดังนี้ เป็นต้น ย่อมจะไม่มีผลกระทบกระเทือนตัวเจ้าชะตา แต่จะมีผลเกิดขึ้นได้ เมื่อจุดเจ้าชะตา จร จรมาสัมพันธ์กับจุดนี้ คือ จรมาสัมพันธ์กับ มฤตยู สำหรับพระเคราะห์สนธิในตัวอย่างนี้
การผสมความหมายหรืออิทธิพลของปัจจัยหรือของพระเคราะห์ ก็เหมือนกับการผสมคำหรือผสมวลีในภาษาศาสตร์ กล่าวคือควรจะต้องระลึกว่า คำหนึ่งใน 2 คำที่ผสมกันจะต้องทำหน้าที่เป็นคำประกอบ (คำวิเศษ) ซึ่งอาจเป็น กริยาวิเศษ หรือ คุณศัพท์ ก็ได้ เสมอไป ควมหมายจึงจะรวมกัน ดังตัวอย่างเช่น ความรัก (ศุกร์) ผสมกับ “ความทุกข์” (เสาร์) คำใหม่ที่เกิดขึ้นได้แก่
ความรัก (นาม) ที่ก่อให้เกิดทุกข์ (คุณศัพท์)
หรือ ความทุกข์ (นาม) ที่เกี่ยวกับเรื่องความรัก (คุณศัพท์)
ในการผสมความหมายทางโหราศาสตร์ของเรานี้ ท่านจะกำหนดให้คำไหนเป็นนามคำหนเป็นคุณศัพท์ ได้ทั้งนั้น และในทางปฏิบัตินั้นก็จะต้องสลับกันเป็นนามเป็นคุณศัพท์อยู่แล้ว
ท่านจะคงพอมองเห็นแล้วว่า เมื่อปัจจัย 2 ปัจจัยผสมกัน ความหมายผสมที่ได้ตามปกติจะมี 2 ความหมายเสมอไป เพราะปัจจัยแต่ละปัจจัยจะต้องผลัดกันเป็นคำวิเศษ
อย่างคิดเกินเลยไปว่า ถ้าหากเป็น 3 ปัจจัยผสมกันจะสร้างความยุ่งยากให้ในการผสมความหมายแก่เรา ทั้งนี้ก็เพราะ ในทางปฏิบัติเราจะจับคู่ผสมกันเสียก่อนแบบแข่งกิฬา ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะเหลือเพียง 2 ความหมายผสมกัน