
ประวัติตัวอักษร RUNES
ประวัติความเป็นมาของ RUNES ไม่มีผู้ใดทราบได้ว่ามีการใช้ในการ
ทำนายเหตุการณ์ต่าง ๆ
ด้วยตัวอักษร RUNES
จากต้นกำเนิดชนเผ่าไหนที่แน่นอน
แต่มีชนเผ่าหนึ่งทางภาคตะวันตกของทวีปยุโรป
เมื่อหลายพันปีก่อน
ซึ่งอาจเป็น
บรรพบุรุษของชาวเยอรมัน
ที่ได้สร้างหรือแต่งรูปแบบของสัญญลักขณ์
ตัวอักษรหรือต้นแบบต่อกันมา
พวกเขาได้ประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
และขอให้ตัวหนังสือที่เขาทำเป็นภาพแกะสลักให้เป็นสัญญลักขณ์ที่ไว้ทำนายเหตุการณ์ต่าง
ๆ
พวกเขาใช้วิธีขูดบนวัตถุที่เป็นหิน
หรือทำจากดินเผาให้เป็นรูปและอักษรต่าง
ๆ
และนำติดตัวไว้ในการเดินทางเพื่อไว้ป้องกันภัย
และทำนายเหตุการณ์ต่าง ๆ
ที่จะเกิดขึ้นระหว่างเดินทางในทะเล
นับเนื่องมาจากเมื่อสมัยที่มนุษย์ยุค
ที่รู้จักใช้โลหะสัมฤทธิ์ ( ราว ๆ
1300 ถึง 1200 B.C ) และจากสมัยที่เปลี่ยน
ไปยังมนุษย์ที่รู้จักใช้เหล็ก (
ราว ๆ 800 - 600 B.C )
ส่วนใหญ่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีการแกะสลักหิน
คิดว่าเกี่ยวเนื่อง
กับกลุ่มที่มีความเจริญรุ่งเรืองของพวกชาวอินโด
- ยุโรป
และพวกที่นับถือพระอาทิตย์
สัญญลักขณ์ที่เป็นธรรมดาโดยทั่วๆ
ไปที่เห็นแกะสลักบนหิน
รวมไปถึงความหมายของมนุษย์
และสัญญลักขณ์รูปสัตว์
หรือส่วนของ ร่างกายมนุษย์ อาวุธ
เครื่องหมาย สวัสติกะ สัญญลักขณ์
ของดวงอาทิตย์
รูปของการหมุนวนของอากาศ ฯลฯ
บนสี่เหลี่ยมและภาพที่เป็นทรงกลม
การกำเนิดการเขียนภาษา RuneS
ได้ปรากฏขึ้นเป็นสัญญลักขณ์ที่เป็นรูปภาพที่มีมา
การเกิดขึ้นพร้อมกับ ภาษาละติน
กรีก
ภาษาของชาวโบราณในแถบอิตาลี
และภาษาของการเขียนตัวอักษรด้วยตัวเอง
หลักฐานที่ได้มีปรากฏขึ้นเกี่ยวข้องกับตัวหนังสือต้นฉบับ
ได้ค้นพบที่ภูเขาแอลป์ในส่วนกลางของทวีปยุโรป
ในราวศตวรรษที่ 1 ถึง ศตวรรษที่ 4 B.C
เคยมีการโต้แย้งที่สำคัญเกี่ยวกับตัวอักษร
RUNEs ว่าไม่มีประโยชน์อะไร
จนกระทั่งมีหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์
ในทางเชื่อมโยงที่มีความเกี่ยวพัน
กันกับจดหมายที่เขียนด้วยสัญญลักขณ์สมัยก่อน
RuneS ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา
และบูชายัญ
ความเกี่ยวเนื่องกันกับพระเจ้าของพวกเขา
คือการนำตัวอักษร RuneS
นี้วางไว้ตรงกลางในระหว่างทำพิธีทางศาสนาของชาวเยอรมัน
เราได้ทราบมาว่าสัญญลักขณ์ของความหมาย
Runes แต่ละชิ้น
มีความหมายเป็นที่ควรแก่การสักการะ
และเมื่อเวลาผ่านพ้นไปกลับกลายมาเป็นสิ่งที่มี
ความศักดิ์สิทธิ์
หรือใช้ในการทำนายในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
โดยการตัดกิ่งไม้
และแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ
และทำสัญญลักขณ์เอาไว้
และให้กระจายบนผ้าขาว
หลังจากท่านได้ภาวนาถามในสิ่งที่ต้องการทราบ
โดยนึก และหยิบขึ้นมาเป็นจำนวน 3
อัน
จับขึ้นมาทีละอันและอ่านความหมายของสัญญลักขณ์ที่เขียนเอาไว้
ข้าพเจ้าหวังว่าการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร
RuneS
จะทำให้ท่านได้รับความรู้ทางด้านประวัติและความเป็นมาของตัวอักษรโบราณ
และช่วยเพิ่มความรู้รอบตัวให้
กับท่านเกี่ยวกับการทำนายของชนเผ่าโบราณคือพวกไวกิ้ง

DECHA PHAIRATCHAKUL

รู้จริงคือรู้ใจ
ข้อแตกต่างระหว่าง "รู้" กับ "หลง"
นั้น
"รู้" แสวงหาเพื่อที่จะให้
แต่ "หลง" แสวงหาเพื่อที่จะเอา
"รู้"
กระทำทุกอย่างด้วยความรัก
แต่ "หลง"
กระทำทุกอย่างด้วยความกลัว
คนหลงย่อมหลงไปว่าตนรู้
คนรู้ย่อมไม่ประมาทในความรู้ของตน


?